มัณฑนากร นักออกแบบตกแต่งภายใน อินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ ซึ่งหลายคนเรียกกันง่ายๆ คือ อินทีเรียร์ คือ ผู้ทำหน้าที่ออกแบบพื้นที่ว่างภายในอาคาร  โดยคัดสรรวัสดุที่เหมาะสม พร้อมออกแบบให้ตอบสนองการใช้งาน และอยู่ภายใต้บริบทของความสวยงาม หน้าที่ของมัณฑนากรแตกต่างจากสถาปนิก ทั้งขอบเขตหน้าที่ที่สถาปนิกคือผู้ออกแบบตัวอาคารโดยรวมทั้งหมด ต้องทำงานร่วมกับวิศวกร ช่างผู้รับเหมา และมัณฑนากร ซึ่งเป็นผู้รับหน้าที่ออกแบบตกแต่งภายใน 

ผู้ประกอบอาชีพมัณฑนากรต้องเป็นผู้รู้ในเรื่องของการออกแบบพื้นที่ภายในอาคาร โดยส่วนมากมักจบการศึกษา สาขาสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ แต่ในบางกรณีนักตกแต่งภายในก็ไม่ได้จบการศึกษาทางด้านนี้โดยตรง แต่เป็นผู้รู้ที่มีความสามารถด้านการออกแบบตกแต่งภายใน ก็สามารถประกอบอาชีพนี้ได้เช่นกัน ซึ่งมัณฑนากรอาจจะทำงานให้กับทางบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน หรืออาจจะทำงานโดยบุคคลก็เป็นได้ 

โดยส่วนใหญ่แล้วขั้นตอนของการทำงานออกแบบ สถาปนิกและมัณฑนากรจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้บ้านหนึ่งหลังสวยงามทั้งภายนอก และอยู่สบายในพื้นที่ภายใน แต่ในบางกรณีอย่างบ้านจัดสรร หรือโครงการคอนโดมิเนียมที่ต้องรอโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จก่อน มัณฑนากรจึงจะเข้าดำเนินการออกแบบตกแต่งได้ในภายหลัง ในระหว่างก่อสร้างมัณฑนากรจะเข้าตรวจสอบความเรียบร้อยและสำรวจส่วนต่างๆ อย่างการวางระบบไฟ ระบบน้ำ เพื่อทำการออกแบบในขั้นตอนแรกให้เกิดความเหมาะสมกับการใช้งานของเจ้าของบ้านและให้ง่ายต่อการตกแต่งภายในให้เกิดความสวยงาม

ดังนั้นเพื่อการออกแบบที่รวดเร็วและการทำงานได้อย่างราบรื่น จึงควรมีบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน เนื่องจากทางบริษัทออกแบบนั้นจะมีการทำงานเป็นทีมที่อาจจะส่งผลทำให้การออกแบบพื้นที่ทั้งภายในบ้าน อาคาร หรือพื้นที่จัดแสดงต่างๆ นั้นสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว โดยบริษัทออกแบบตกแต่งภายในในประเทศไทยก็มีอยู่มากมาย เราจึงควรมีเกณฑ์ในการเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งที่ดี เพื่อให้ทางบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ได้มาบริหารการออกแบบบ้าน และอาคารที่เราพักอาศัยอยู่ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นได้ 

เกณฑ์การคัดเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งภายในมีดังนี้

1.ดูผลงานการออกแบบและตกแต่งภายในที่ผ่านมา

ผลงานที่ผ่านมาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะงานตกแต่งภายในเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เจ้าของบ้านจะยังไม่เห็นของจริงจนกว่าจะเสร็จ บริษัทจึงต้องมีความชำนาญมากในเรื่องนี้ ซึ่งเราอาจหาดูผลงานได้จากเว็บไซต์ของบริษัท หรือให้ดีกว่านั้น คือ ไปดูที่หน้างานจริงๆ เลยยิ่งดีใหญ่ แล้วสอบถามถึงการบริการ ความเชี่ยวชาญ ว่าเป็นอย่างไร เราสามารถประเมินคร่าวๆ ได้ว่าบริษัทรับตกแต่งภายในนี้ดี มีคุณภาพหรือไม่

2.บริษัทต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

บริษัทรับตกแต่งภายในต้องมีสำนักงานจริงๆ ที่มีพนักงาน มีอุปกรณ์สำนักงาน และจดทะเบียนถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการหนีงานในอนาคต

3.มีราคาที่เหมาะสม

ส่วนมากผู้ว่าจ้างต้องเทียบราคาอย่างน้อย 3 บริษัท เพื่อที่จะทำการเปรียบเทียบ โดยเน้นดูราคาแยกย่อยเป็นรายหมวดใน BOQ ซึ่งแบบนี้จะทำให้เราทราบถึงที่มาของราคาแต่จะเจ้า ว่าทำไมราคาจึงถูกหรือแพงแตกต่างกัน

4.สัญญาว่าจ้างไม่เอาเปรียบ

ควรดูในสัญญาแบ่งจ่ายว่ามีกี่งวด และแต่ละงวด ปริมาณงาน กับเงินที่จ่ายไป เหมาะสมกันหรือไม่

ซึ่งขั้นตอนในการทำงานของบริษัทออกแบบภายในก็จะแตกต่างกันไปตามกระบวนการทำงาน แต่ส่วนมากจะมีการดำเนินงานคร่าวๆ ได้แก่

• บริษัทออกแบบภายใน จะทำการเช็คพื้นที่หน้างานพร้อมกับให้คำปรึกษา รวมถึงการประเมินราคาการออกแบบและค่าตกแต่งเบื้องต้น

• จัดทำส่วนของ Zoning, Layout, Mood&Tone ส่งให้ลูกค้าเพื่อรอการ Approve

• จัดทำแบบ 3D ให้กับลูกค้า พร้อมกับบริษัทจะส่งใบเสนอค่าออกแบบและตกแต่งให้ลูกค้าสรุปอีกครั้ง

• ทางบริษัทจะจัดทำแบบก่อสร้าง เพื่อใช้ประกอบในสัญญาว่าจ้างตกแต่ง และจัดทำสัญญาว่าจ้าง

• หลังจากนั้นทางบริษัทจะเริ่มทำการออกแบบตกแต่งภายใน

• เริ่มการทำสีในพื้นที่ต่างๆ ตามแบบที่ได้เสนอให้ลูกค้าตอนต้น

• ทางบริษัทจะทำการประกันผลงานและอุปกรณ์ต่างๆ เป็นระยะเวลา 1 ปี 

เพราะการออกแบบตกแต่งภายในบ้านนั้น ต้องการความละเอียดอ่อน เข้าถึงพฤติกรรม และวิถีชีวิตที่หลากหลาย การออกแบบที่ดีจึงไม่ได้อยู่แค่ความสวยงามเท่านั้น ที่สำคัญคือต้องแก้ปัญหา การใช้พื้นที่ในการใช้ชีวิตประจำวัน และพื้นที่ส่วนกลาง ที่เป็นจุดร่วมทางรสนิยมให้สมาชิกทุกคนในบ้านด้วยเช่นกัน

บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน