“ตัดสินใจเลือกไม่ถูกอยู่บางแคดีไหม  ?”
Main

“ตัดสินใจเลือกไม่ถูกอยู่บางแคดีไหม ?”

สำรหับคนที่กำลังจะย้ายเข้ากรุงเทพมหานคร อาจจะมีหลายที่ ที่อยากไปใช่ไหมครับ ? แน่นอนว่ามีมากมายในการอยากไปแต่พอดีบังเอิญไปเห็นคนถามว่า “ตัดสินใจเลือกไม่ถูกระหว่าง เพรชเกษม กับบางแค” อยู่ที่ไหนดี ?  ก็เลยจะเอาข้อดีข้อเสียของทั้งสองฝั่งมาฝากกันว่าจะเลือกอยู่ฝั่งไหนดี ใครที่กำลังจะย้ายทั้งสองที่ไปพิจจารณาดูก็ได้นะครับ

ข้อดีของบางแค

            มาที่บางแคก่อนนะครับ สำหรับบางแค่นั้นใครที่มาอยู่แนะนำสหรับคนที่ไม่มีรถนะคตรับ ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวก็เลือกใช้บริการที่อยู่ชิงบางแคดีกว่านั้นเพราะว่า

               : บางแค มีรถสำคัญวิ่งทุกสาย เรียกง่าย ๆ ว่ามีรถที่จำเป็นต่อการนั่งไปไหนมาไหน ได้ง่ายสะดวก ทั่วกรุงเทพมหานครได้เลย ไม่ว่าจะไปที่ไหนสามารถไปได้หมดเลยทำให้คนที่ไม่มีรถส่วนตัวนั้นไปได้ด้วยเช่นกัน

               : ของกินของใช้ ให้เลือกมากมาย   สำหรับของกินของใช้ของบางแคนั้นมีให้เราเลือกมากมายและห้าง หรือ ห้างสรรพสินค้าก็มีเยอะกว่าให้เราได้เลือกใช้ช็อปได้ตามใจไปทางไหนก็สบายใจเพราะมีรถกลับบแน่นอน

               : โรงเรียนก็มี ไม่ว่าจะโรงเรียน มหาวิทยาลัย นั้นก็มีมีมาให้บริการด้วยเช่นกันถึงจะไม่ใช่ ม.ชื่อดังระดับโลก แต่หากมองงในแง่การเดินทางแล้วถือว่าคุ้มมาก

               :เดินทางไปไหนมาไหนง่าย เพียงแค่ขึ้นรถ Bts ก็สามารถไปไหนมาไหนได้ง่ายมาก ๆ  ส่วนรถเมย์ก็มีเป็น 10 สาย เลเที่สำคัญสถานที่สำคัญนั้นจะอยู่ใกล้กันด้วยเรียกว่าเดินทางรอบเดียวไปดุ้ทกที่

ข้อเสียของบางแค

            สำหรับบางแคนั้นเป็นย่านเก่าแก่มีมานาน ทำให้รถนั้นค่อนข้างติดอย่างมากเลยครับ เพราะเนื่องจกาเป้นชุชนดังเดิมนะครับทำให้รถติดมาก ถึงมากที่สุด สำหรับใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวเยอะ ๆที่นี่ไม่ตอบโจทย์แน่นอน เพราะบางแคนั้นจะมีคนพลุกพล่านตลอดเวลา นั้นเอง

               ดังนั้นหากใครที่ไม่ซีเรียสเรื่องรถติดละก็ และตัดสินใจจะย้ายมาอยู่บางแค ทางเราแนะนำว่าใช้บบริการบริษัทรับสร้างบ้านออกแบบบ้าน บางแค ดีกว่านะครับ จะได้รุ้เรื่องในพื้นที่ และยังได้แบบ้านมาให้ดูอีกด้วยยิ่งมีที่แล้วยิ่งง่ายเลยครับ เพราะว่า บริษัทรับสร้างบ้านออกแบบบ้าน บางแค นั้นจะทำทำอย่างให้เสร็จเลยไม่ต้องกังวลเรื่องไรทั้งนั้นขอเพียง บริษัทรับสร้างบ้านออกแบบบ้าน บางแค และเวลาดำเนินการไม่นานอย่างที่คิดแน่นอน

อินทีเรีย ดีไซน์ ผู้ช่วยที่ดีในการออกแบบภายใน
Home Decor

อินทีเรีย ดีไซน์ ผู้ช่วยที่ดีในการออกแบบภายใน

มัณฑนากร นักออกแบบตกแต่งภายใน อินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ ซึ่งหลายคนเรียกกันง่ายๆ คือ อินทีเรียร์ คือ ผู้ทำหน้าที่ออกแบบพื้นที่ว่างภายในอาคาร  โดยคัดสรรวัสดุที่เหมาะสม พร้อมออกแบบให้ตอบสนองการใช้งาน และอยู่ภายใต้บริบทของความสวยงาม หน้าที่ของมัณฑนากรแตกต่างจากสถาปนิก ทั้งขอบเขตหน้าที่ที่สถาปนิกคือผู้ออกแบบตัวอาคารโดยรวมทั้งหมด ต้องทำงานร่วมกับวิศวกร ช่างผู้รับเหมา และมัณฑนากร ซึ่งเป็นผู้รับหน้าที่ออกแบบตกแต่งภายใน 

ผู้ประกอบอาชีพมัณฑนากรต้องเป็นผู้รู้ในเรื่องของการออกแบบพื้นที่ภายในอาคาร โดยส่วนมากมักจบการศึกษา สาขาสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ แต่ในบางกรณีนักตกแต่งภายในก็ไม่ได้จบการศึกษาทางด้านนี้โดยตรง แต่เป็นผู้รู้ที่มีความสามารถด้านการออกแบบตกแต่งภายใน ก็สามารถประกอบอาชีพนี้ได้เช่นกัน ซึ่งมัณฑนากรอาจจะทำงานให้กับทางบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน หรืออาจจะทำงานโดยบุคคลก็เป็นได้ 

โดยส่วนใหญ่แล้วขั้นตอนของการทำงานออกแบบ สถาปนิกและมัณฑนากรจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้บ้านหนึ่งหลังสวยงามทั้งภายนอก และอยู่สบายในพื้นที่ภายใน แต่ในบางกรณีอย่างบ้านจัดสรร หรือโครงการคอนโดมิเนียมที่ต้องรอโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จก่อน มัณฑนากรจึงจะเข้าดำเนินการออกแบบตกแต่งได้ในภายหลัง ในระหว่างก่อสร้างมัณฑนากรจะเข้าตรวจสอบความเรียบร้อยและสำรวจส่วนต่างๆ อย่างการวางระบบไฟ ระบบน้ำ เพื่อทำการออกแบบในขั้นตอนแรกให้เกิดความเหมาะสมกับการใช้งานของเจ้าของบ้านและให้ง่ายต่อการตกแต่งภายในให้เกิดความสวยงาม

ดังนั้นเพื่อการออกแบบที่รวดเร็วและการทำงานได้อย่างราบรื่น จึงควรมีบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน เนื่องจากทางบริษัทออกแบบนั้นจะมีการทำงานเป็นทีมที่อาจจะส่งผลทำให้การออกแบบพื้นที่ทั้งภายในบ้าน อาคาร หรือพื้นที่จัดแสดงต่างๆ นั้นสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว โดยบริษัทออกแบบตกแต่งภายในในประเทศไทยก็มีอยู่มากมาย เราจึงควรมีเกณฑ์ในการเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งที่ดี เพื่อให้ทางบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ได้มาบริหารการออกแบบบ้าน และอาคารที่เราพักอาศัยอยู่ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นได้ 

เกณฑ์การคัดเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งภายในมีดังนี้

1.ดูผลงานการออกแบบและตกแต่งภายในที่ผ่านมา

ผลงานที่ผ่านมาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะงานตกแต่งภายในเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เจ้าของบ้านจะยังไม่เห็นของจริงจนกว่าจะเสร็จ บริษัทจึงต้องมีความชำนาญมากในเรื่องนี้ ซึ่งเราอาจหาดูผลงานได้จากเว็บไซต์ของบริษัท หรือให้ดีกว่านั้น คือ ไปดูที่หน้างานจริงๆ เลยยิ่งดีใหญ่ แล้วสอบถามถึงการบริการ ความเชี่ยวชาญ ว่าเป็นอย่างไร เราสามารถประเมินคร่าวๆ ได้ว่าบริษัทรับตกแต่งภายในนี้ดี มีคุณภาพหรือไม่

2.บริษัทต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

บริษัทรับตกแต่งภายในต้องมีสำนักงานจริงๆ ที่มีพนักงาน มีอุปกรณ์สำนักงาน และจดทะเบียนถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการหนีงานในอนาคต

3.มีราคาที่เหมาะสม

ส่วนมากผู้ว่าจ้างต้องเทียบราคาอย่างน้อย 3 บริษัท เพื่อที่จะทำการเปรียบเทียบ โดยเน้นดูราคาแยกย่อยเป็นรายหมวดใน BOQ ซึ่งแบบนี้จะทำให้เราทราบถึงที่มาของราคาแต่จะเจ้า ว่าทำไมราคาจึงถูกหรือแพงแตกต่างกัน

4.สัญญาว่าจ้างไม่เอาเปรียบ

ควรดูในสัญญาแบ่งจ่ายว่ามีกี่งวด และแต่ละงวด ปริมาณงาน กับเงินที่จ่ายไป เหมาะสมกันหรือไม่

ซึ่งขั้นตอนในการทำงานของบริษัทออกแบบภายในก็จะแตกต่างกันไปตามกระบวนการทำงาน แต่ส่วนมากจะมีการดำเนินงานคร่าวๆ ได้แก่

• บริษัทออกแบบภายใน จะทำการเช็คพื้นที่หน้างานพร้อมกับให้คำปรึกษา รวมถึงการประเมินราคาการออกแบบและค่าตกแต่งเบื้องต้น

• จัดทำส่วนของ Zoning, Layout, Mood&Tone ส่งให้ลูกค้าเพื่อรอการ Approve

• จัดทำแบบ 3D ให้กับลูกค้า พร้อมกับบริษัทจะส่งใบเสนอค่าออกแบบและตกแต่งให้ลูกค้าสรุปอีกครั้ง

• ทางบริษัทจะจัดทำแบบก่อสร้าง เพื่อใช้ประกอบในสัญญาว่าจ้างตกแต่ง และจัดทำสัญญาว่าจ้าง

• หลังจากนั้นทางบริษัทจะเริ่มทำการออกแบบตกแต่งภายใน

• เริ่มการทำสีในพื้นที่ต่างๆ ตามแบบที่ได้เสนอให้ลูกค้าตอนต้น

• ทางบริษัทจะทำการประกันผลงานและอุปกรณ์ต่างๆ เป็นระยะเวลา 1 ปี 

เพราะการออกแบบตกแต่งภายในบ้านนั้น ต้องการความละเอียดอ่อน เข้าถึงพฤติกรรม และวิถีชีวิตที่หลากหลาย การออกแบบที่ดีจึงไม่ได้อยู่แค่ความสวยงามเท่านั้น ที่สำคัญคือต้องแก้ปัญหา การใช้พื้นที่ในการใช้ชีวิตประจำวัน และพื้นที่ส่วนกลาง ที่เป็นจุดร่วมทางรสนิยมให้สมาชิกทุกคนในบ้านด้วยเช่นกัน

บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน
โคมไฟโรงงาน ไฮเบย์ LED คืออะไร? ทำไมถึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
light/light

โคมไฟโรงงาน ไฮเบย์ LED คืออะไร? ทำไมถึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ถ้าพูดถึงโคมไฟโรงงานแล้วนั้น เชื่อว่าหลายๆคนอาจยังไม่ทราบว่า โคมไฟโรงงานประเภทไหนที่กำลังเป็นที่นิยมในอยู่ในปัจจุบันและมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายในโรงงานหรืออุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ในบทความนี้จึงจะขอแนะนำ โคมไฟโรงงาน ประเภทนี้ ซึ่งเรียกกันว่า โคมไฟไฮเบย์แอลอีดี (High Bay LED) ที่ไม่เพียงแต่ใช้เฉพาะในโรงงานเท่านั้น ยังสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายสถานที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีเพดานหรือหลังคาสูงต่างๆ ถือว่าเป็นโคมไฟที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

โคมไฟโรงงาน led

เหตุใดโคมไฟโรงงาน ไฮเบย์ LED จึงเป็นที่นิยม?

โดยสาเหตุที่โคมไฟโรงงานประเภทนี้มีความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน นั่นเป็นเพราะสาเหตุหลักๆ ดังนี้

  • หลอด LED มักให้ความสว่างสูงกว่าหลอดไฟทั่วๆไป
  • ไม่มีสารปรอทที่เป็นพิษ ไม่ปล่อยรังสีออกมา จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและดวงตาของเรา
  • ช่วยประหยัดพลังงานและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
  • ช่วยรักษาคุณภาพของสินค้าได้เป็นอย่างดี ไม่ทำให้สีของสินค้าซีดจางหรือได้รับความเสียหาย เนื่องจากหลอดไฟ LED ไม่แพร่กระจายความร้อน
  • มีกำลังวัตต์ให้เลือกหลากหลายตามความเหมาะสมของระดับความสูงในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งยังมีความหลากหลายของสีไฟ ซึ่งให้ความสว่างแตกต่างกันด้วย ได้แก่ สี Warm White สี Day Light และสี โCool White
  • สามารถติดตั้งแทนโคมไฟแบบเดิมได้อย่างง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน อีกทั้งรูปแบบของโคมไฟยังมีความสวยงามหลากหลาย สามารถเลือกใช้ได้ตามความชอบและความต้องการ
  • แสงไฟจากโคมไฟไฮเบย์ LED จะช่วยทำให้เรามีความรู้สึกสบายตา ไม่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ปวดหัว หรือเวียนหัว จากการที่ต้องอยู่ในบริเวณที่มีแสงไฟเป็นเวลานานอีกด้วย
  • นอกจากนี้โคมไฟไฮเบย์ LED ยังมีความทนทาน ทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดไฟแบบเดิมอีกด้วย ถ้าทุกคนหันมาใช้โคมไฟประเภทนี้ จะช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนหลอดไฟบ่อยๆได้

สำหรับโรงงานนั้น แสงสว่างนับว่ามีความจำเป็นที่ต้องคำนึงเป็นหลัก หากแสงสว่างน้อยไปหรือไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้เกิดอันตรายแก่พนักงานและเกิดความเสียหายแก่ตัวสินค้าได้ อีกทั้งในการผลิตจำเป็นต้องทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา จึงต้องใช้แสงสว่างเป็นจำนวนมากและยาวนานต่อเนื่องเช่นเดียวกัน หากมีแสงสว่างที่เพียงพอและเหมาะสม ก็จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมาก และช่วยให้การทำงานในโรงงานมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นโคมไฟ ไฮเบย์ LED จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกเลยที่โคมไฟโรงงาน ไฮเบย์ LED จะเป็นที่นิยมในขณะนี้ นอกจากจะคุ้มค่า ทนทาน ยังช่วยลดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Source by : https://ledinfinite.com/โคมไฟไฮเบย์-led

ผ้าม่านแบบม้วน และผ้าม่านแบบพับ แตกต่างกันอย่างไร?
Home Decor

ผ้าม่านแบบม้วน และผ้าม่านแบบพับ แตกต่างกันอย่างไร?

หลากหลายครัวเรือน ก็หลากหลายความชอบ ฉะนั้น บริษัทที่ผลิตผ้าม่าน จึงขอตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยการผลิตม่านออกมาหลากหลายรูปแบบ หลากหลายสไตล์ และหลากหลายการใช้งาน ซึ่งวันนี้เราจะขอพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับผ้าม่านแบบม้วน และผ้าม่านแบบพับกัน ว่าทั้งสองแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร

ผ้าม่านแบบม้วน VS ผ้าม่านแบบพับ

  • ผ้าม่านแบบม้วน

ผ้าม่านแบบม้วน เป็นม่านชนิดหนึ่งที่มีรูปแบบทันสมัย ใช้บังแสงสว่างจากภายนอก มีลักษณะที่พิเศษคือ เป็นผ้าผืนใหญ่ที่สามารถม้วนเก็บขึ้นไปให้มิดชิดได้ ซึ่งเมื่อม้วนเก็บแล้วจะมีขนาดเล็ก ทำให้ประหยัดพื้นที่ ทำความสะอาดง่าย และไม่เก็บฝุ่น ม่านม้วนใช้งานได้ง่าย มีให้เลือกทั้งระบบแบบโซ่ดึง สปริงล็อค และแบบมอเตอร์ ส่วนใหญ่แล้วม่านม้วนจะนิยมใช้ในออฟฟิศหรือร้านค้า หรือใช้ในมุมต่างๆ ของบ้านซึ่งจะช่วยกรองแสงและบังสายตาได้เป็นอย่างดี

  • ผ้าม่านแบบพับ

ผ้าม่านแบบพับ จะเป็นม่านที่ใช้โซ่ในการดึงผ้าจากด้านล่างขึ้นด้านบน โดยจะพับทบไปมา ลักษณะการพับจะเป็นชั้นเรียงซ้อนกันขึ้นไป เป็นม่านที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะนอกจากจะป้องกันแสงแดดจากภายนอกได้แล้ว ยังเพิ่มความโดดเด่นให้กับมุมโปรดในบ้านของเพื่อนๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก ห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือมุมอเนกประสงค์อื่นๆ ของบ้านให้น่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อนๆ อ่านมาถึงตรงนี้ เลือกกันได้หรือยังเอ่ยว่าจะให้มุมโปรดในบ้านของคุณใช้ผ้าม่านแบบไหนดี ?